วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กำเนิดอักษรภาษาม้ง ntawv hmoob thoob teb

ประวัติ Txiv plig Nyiaj pov
บาทหลวง Txiv plig nyiaj pov เกิดเมื่อวันที่ 29 เดือน กรกฏาคม 1921 ประเทศผรั่งเศส ท่านเข้าเรียนหนังสือเมื่ออายุ 5 ขวบ เข้าเรียนในโรงเรียน ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านของท่านเอง เมื่ออายุได้ 13 ปี ท่านได้จากครอบครัวไปศึกษาต่อไกลจากบ้านเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร และ ท่านได้เรียนอย่างต่อเนื่องจนถึงปี ค.ศ 1954 ท่านก็เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและสำเร็จการศึกษาในปี 1947
                เดือน ธันวาคม ปี 1947  ในเมือง Marseille บาทหลวง Txiv nyiaj pov นั่งเครื่องบินมาถึง Sagon (H. chi Minh villege) ปี 1947 ได้มาถึงที่เวียงจันทร์ ประเทศลาว ท่านได้เริ่มเรียนภาษาลาวเป็นอันดับแรกจนถึงเดือนธันวาคม ปี 1949 ในหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า Paksan อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขง ผู้ปกครองของท่านจึงได้ส่งท่านไปอยู่ที่หลวงพระบาง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว
เกี่ยวกับภาษาม้ง R.P.A.
ที่ภูวัวป่า (Roob Nyuj Qus)
                เดือนธันวาคม ค.ศ. 1949  บาทหลวง Yves Bertais (txiv plig nyiaj pov) ได้เดินทางมาถึงที่หลวงพระบาง  บริเวณที่เขามาอยู่นั้นรอบ ๆ มีหลายชนชาติอยู่ด้วยกัน เช่น  ลาว, ขมุ, เมี่ยน, และม้ง  (ในเวลานั้นรู้จักม้งในชื่อว่า “แม้ว” เท่านั้น  บาท หลวงจะไปอยู่ด้วยกับชนเผ่าไหนก็ยังไม่สามารถรู้ได้เลย แม้ผู้ดูแลบาทหลวงเองก็ไม่ได้เอ่ยสักคำว่าจะให้ไปอยู่กับใคร บาทหลวงก็เลยไปด้วยกับหนุ่มลาวคนหนึ่งไปเยี่ยมชมหมู่บ้านต่างๆที่อยู่รอบๆ ในระแวกนั้น ในเดือนมีนาคม ปี 1950 บาทหลวงจึงได้ตัดสินใจว่าจะไปอยู่กับชาวม้งที่หมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า “ภูวัวป่า (roob nyuj qus) วันที่ 17 เดือน เมษายน ค.ศ. 1950 ตั่งแต่นั้นมาบาทหลวงก็ได้คลุกคลีและไม่ได้ไปจากกลุ่มชนม้งเลย
                ในช่วงเวลานั้น หมู่บ้านภูวัวป่า มี 70 หลังคาเรือน พวกเขาเป็นชาวม้ง ลักษณะของภูวัวป่านั้นมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร หมู่บ้านภูวัวป่า ก็ตั้งอยู่บริเวณยอดเขาลูกนี้ มีเส้นทางเป็นดินแดงผ่านทางท้ายหมู่บ้าน
                คนม้งที่ให้ที่พักอาศัยกับบาทหลวงชื่อ ย่า เจ่อจื้อ (Yaj Txawj Tswb) ลูกชายเขาชื่อ “ย่า หย่า น้อ” (Yaj Zam Nob) บาทหลวงอยู่ในบ้านของ yaj txawj tswb เป็นเวลา 3 เดือน เขาไม่มีเงินจ้างคนมาสร้างบ้าน เขาก็เลยขอให้ เจ่อ จื้อ ช่วย บาทหลวงพูด กับชาวบ้านว่าอยากจะอยู่กับชาวบ้าน และขอให้ชาวบ้านมาช่วยสร้างบ้านหลังหนึ่งให้ ชาวบ้านทั้งหมดต่างก็ยังนับถือบรรพบุรุษ เขาคนเดียวที่เป็นบาทหลวงสอนศาสนาคริสต์ ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดบาทหลวงจึงอยากที่จะอยู่ด้วยกับพวกชาวบ้าน เพราะชาวบ้านต่างก็อยากจะนับถือบรรพบุรุษ เช่นเดิมและก็ไม่ได้ขอให้บาทหลวงมาอยู่กับชาวบ้าน เจ่อจื้อและ หย่า น้อ สองพ่อลูกต่างก็เป็นร่างทรง (txiv neeb txiv yaig) บาทหลวงก็ได้พูดกับพวกเขาว่า ตนเองเป็นบาทหลวงสอนศาสนาคริสต์คนหนึ่ง และตนรู้อยู่ว่าพวกเขาคงไม่ยอมรับความเชื่อในเวลาอันสั้น ตนเพียงแต่ต้องการอยากจะอยู่กับพวกเขา เรียนรู้ภาษาม้งใช้ชีวิตเหมือนม้งเท่านั้น ตนก็รู้จักยาของผรั่งเศสบ้าง และหนุ่มลาวที่อยู่ด้วยกับเขาก็รู้หนังสือลาว ถ้าพวกเขาช่วย ตนสร้างบ้านตนเองก็จะ ช่วยรักษาคนไข้ของพวกเขา และช่วยสอนหนังสือลาวให้กับลูกหลานของพวกเขา  ในเดือนกรกฏาคม พวกเขาก็สร้างบ้าน เสร็จเรียบร้อย หลังคามุงด้วยใบลาน
                ชายหนุ่มม้ง 3 คนอายุ 12 ปี มาอยู่ด้วย เป็นเพื่อนบาทหลวง พวกเขาทั้ง 3 คน ชื่อ yaj yeeb, thoj hwj และ tsab huas  พวก เขาทั้งสามคนเป็นคนที่มีชื่อเสียงดี ในหมู่บ้านของพวกเขา พวกเขาทั้งสามคนช่วยกันสอนภาษาม้งให้บาทหลวง พวกเขาเรียนหนังสือ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาลาว ในบ้านของบาทหลวงและพวกเขาเองก็สอนภาษาม้ง (ภาษาพูด) ให้กับบาทหลวง พวกเขาทั้งหมด รวมทั้งบาทหลวงด้วยได้ไปเที่ยวป่า ไปในเมือง ไปตัดฟืน  ปลูกผักกิน ไปเยี่ยมชมชาวบ้าน ช่วยรักษาคนไข้ พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน จึงทำให้บาทหลวงเรียนรู้ภาษาม้งไปด้วย เวลานั้นบาทหลวงมีอาย 29 ปี
                บาท หลวงเรียนภาษาม้งไม่ได้ง่ายเลย เพราะว่าไม่มีตัวอักษรเขียนจดภาษา เดือนแรกๆ บาทหลวงก็ได้ทดลองใช้ภาษาม้ง(ตัวเขียน) ตามตัวอักษรฝรั่งเศส ชายหนุ่มม้งสามคนที่อยู่ด้วยกับเขาก็เต็มใจเรียนด้วย ภาษาม้ง(ตัวเขียน) อย่างแรกๆ นั้น บาทหลวงใช้เป็นระยะ เวลาช่วงหนึ่งคือ สามปี
ในหมู่บ้านนั้น บาทหลวงมีเพื่อนหลายคนซึ่งอายุ 30 ปี ราวๆ กับตน เวลากลางคืน ตนก็ไปพูดคุยกับพวกเขาถามถึงประเพณีและวัฒนธรรมของม้ง พวกเขาก็สอนให้ และก็สอนนิทานบางเรื่องให้ ตนก็นำมาบันทึกเป็นตัวหนังสือเอาไว้ ในปี 1951 ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านก็ได้ฆ่าหมูตัวหนึ่ง ทำพิธีในบ้านของบาทหลวงและตั้งชื่อให้กับบาทหลวงชื่อว่า “เยี่ย ป๋อ (Nyiaj pov)
ปี 1953 ประดิษฐ์ตัวอักษรม้ง Thoob teb (ทั่วโลก)
ในช่วงเวลาเดียวกันที่บาทหลวงได้ไปปลูกบ้านอยู่กับชาวม้งที่ภูวัวป่า ห่างไกลจากหลวงพระบาง 80 กิโลเมตรทางอากาศ ตนเองก็ได้ข่าวว่าที่เชียงขวางซึ่งห่างไกลประมาณ 250 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออก มีอาจารย์คริสเตียนท่านหนึ่งเป็นชาวอเมริกัน มาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ในหมู่บ้านม้งเขาก็ประดิษฐ์ภาษาม้งของเขาเองด้วย
ปี 1953 เดือนมีนาคม บาทหลวงได้ไปอยู่ที่หลวงพระบางได้ 2-3 วัน ก็ได้เจอกับอาจารย์คริสเตียนอีกท่านหนึ่งชื่อ Roff ตนก็เลยพูดกับเขาว่า “ชาว โปรตสแตนส์ พวกท่านมีอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่ที่เชียงขวาง เขาประดิษฐ์อักษรตัวหนึ่ง และเราเองอยู่ที่นี่เราก็สร้างอีกตัวหนึ่งด้วย อีกไม่นานพวกท่านก็จะสอนภาษาม้ง แบบของพวกท่าน เราเองก็จะสอนภาษาม้งแบบที่เป็นของเราเองที่นี่ พวกเรามี ภาษา 2 แบบ และต่อไปชาวม้งในลาวก็จะมีภาษา 2 แบบ ที่แตกต่างกัน พวกเรามาพบปะกันนั่งคุยกันจะได้ไหม ให้มาตกลงกันให้มาใช้ภาษาม้งแบบเดียวกันมาบันทึกภาษาพูดของชาวม้งจะได้เป็น ผลดีกับชาวม้งไหม?”
Roff ได้ยินบาทหลวงพูดเช่นนั้นก็เห็นด้วย หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน Roff ก็ได้มาหาบาทหลวงและพูดกับบาทหลวง ว่า “ เขาได้คุยกับเพื่อนของเขาที่เชียงขวางและได้นัดเวลาให้พวกเราได้มาพบกันในหลวงพระบาง เขาบอกว่าจะเชิญนักวิชาการ Linguist มา ด้วย บาทหลวงเองก็บอกว่าจะพาชายหนุ่มม้งสองคนไปด้วย พวกเราต้องการจะประดิษฐ์อักษรม้งตัวหนึ่งควรจะมีม้งมาร่วมกับพวกเราด้วย เพราะว่าพวกเขาพูดภาษาม้งได้ชัดเจนกว่า พวกเรา ชาวต่างชาติ กับนักวิชาการ Linguist ได้ฟัง
เดือน เมษายน ปี 1953 พวกเขาได้มาพบกันที่หลวงพระบางเป็นเวลา 1 เดือนกว่า กลุ่มคนที่มาพบปะกันและได้พูดคุยกันในครั้งนี้ คือ
คุณ Berney ซึ่งเป็นอาจารย์คริสเตียนที่อยู่ที่เชียงขวาง (Evangelist) เขากำลังเรียนภาษาม้งเขียว เขาก็มีแบบของภาษาที่เขาประดิษฐ์ขึ้น จะสอนเกี่ยวกับระดับเสียงสูง-ต่ำ เขาจะใช้ตัวเลข 1, 2 , 3 ยกตัวอย่างเช่น kuv mus ua teb : ku3 mu2 ua4 te7
คุณ smalley ซึ่งเป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์และ phonetic แต่ว่าไม่รู้ภาษาม้ง
ม้ง 2 คนคือ ย่าเน้ง(yaj neeb)และ ท่อ ฮื่อ (thoj Hwj)ที่มากับบาทหลวงซึ่งทั้งสองคน อยู่ด้วยกับบาทหลวงที่ภูวัวป่า(Roob nyuj qus) ได้สามปี ซึ่งพวกเขาสามารถเขียนภาษาม้งแบบของบาทหลวงได้แล้ว ซึ่งเขียนระดับสูงต่ำตามนี้ เช่น ku mu ua te.
เวลานั้นบาทหลงเองก็ได้เก็บรวบรวมภาษาม้งขาวที่ตนเองจดบันทึกได้มากพอสมควรแล้ว ซึ่งมีถึง 3,000 กว่าหน้าที่บันทึกเป็นภาษาม้ง, ที่จะเตรียมทำเป็นพจนานุกรม แปลภาษาม้ง- ฝรั่งเศส
พวกเขาได้มาคุยกันได้ 3 วันกว่า Dr. smalley ได้ดูแบบภาษาม้งของคุณ Burney ซึ่งใช้อยู่ที่เชียงขวาง และดูแบบของบาทหลวงซึ่งใช้อยู่ที่ภูวัวป่า Dr. smalley ได้ถามชายหนุ่มม้งสองคนนั้นหลายๆที ให้ทั้งสองพูดภาษาม้งให้ชัดๆ ให้เขาฟังกับหูของเขาเอง
พวกเขาได้คุยกันและตกลงกันให้ประดิษฐ์แบบภาษาม้งซึ่งมีลักษณะดังนี้คือ
1.             ให้หาตัวอักษรที่มีใช้อยู่ในเครื่องพิมพ์
2.             ต้องประดิษฐ์แบบอักษรหรือภาษา(ตัวเขียน)ที่เข้าตามหลัก Phonetic และให้เป็นระบบ Logical system
3.             ต้อง การที่จะสอนระบบเสียงสูงต่ำ จะต้องไม่ใช้ตัวเลขเพราะดูไม่ดี และต้องใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งอยู่เหนือเส้นบรรทัดหรืออยู่ใต้เส้นบรรทัด เนื่องจากดูไม่ดีแล้ว เครื่องพิมพ์ดีดฝรั่งเศส หรือ เครื่องพิมพ์ดีดอเมริกาก็ยังไม่สามารถพิมพ์สัญลักษณ์เหล่านั้นได้ด้วย
พวกเขาทั้งหมดตกลงให้ Dr. smalley ตัดสินใจให้ว่าจะใช้แบบไหนและควรปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไรเพื่อให้งานจะได้ข้อยุติลงได้ วันที่ 5 ได้ ข้อยุติเป็นที่เรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ได้ตกลงร่วมกันว่า ต่อจากนี้ไปพวกเขาจะใช้ภาษาม้งตามแบบที่ตกลงกันเอาไว้และห้ามมิให้มีใคร เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ภาษาม้ง (ตัวเขียน) ดังกล่าวดีสำหรับในการเขียนบันทึกทั้งที่เป็นภาษาม้งขาวและภาษาม้งเขียว ในช่วงหลังจากนั้น พวกเขาได้ตั้งชื่อให้กับภาษาม้งตัวนี้ว่า ภาษาม้ง R.P.A (ntawv hmoob R.P.A) ซึ่งย่อมาจากคำว่า Romanized Popular Alphabet หลังจากที่พวกเขาได้ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่างคนก็ต่างกลับไป
มาถึงปี 1997 พวกเขาจึงได้เปลี่ยนชื่อเรียกว่า “ntawv hmoob thoob teb” (ภาษาม้งทั่วโลก) เนื่องจากพวกเขาเห็นว่า ภาษาม้งตัวนี้ได้แพร่ออกไปไกลเรื่อยๆ และชาวม้งก็นิยมใช้กันทั่วโลก
ม้งกลุ่มแรกที่เรียนภาษาม้งอยู่ที่ภูวัวป่า (Roob nyuj Qus)
                การได้มาซึ่งภาษาม้งตัวหนึ่งที่ทุกคนได้ตกลงร่วมกันทำให้บาทหลวงดีใจอย่างมาก ในช่วงเวลานั้นเองที่อยู่ที่ภูวัวป่า (roob nyuj qus) บาทหลวงได้จัดทำหนังสือสอนอ่านภาษาม้งเล่มแรก ซึ่งเขาเขียนด้วยมือ เนื่องจากเวลานั้นยังไม่มีเครื่องพิมพ์ดีด เมื่อปี 1954  ก็ ได้เครื่องพิมพ์ดีดมาเครื่องหนึ่ง มาตั้งเอาไว้ในหมู่บ้านที่บาทหลวง หนุ่มสาวในหมู่บ้านต่างก็พากันมาเรียนภาษากับบาทหลวงทุกๆคืนคนแก่บางคนก็มา เรียนด้วย รวมทั้งม้งบางคนที่อยู่ในหมู่บ้านที่ใกล้เคียงเมื่อเขาได้ข่าวว่ามีภาษาม้ง แล้ว พวกเขาก็พากันมาเรียนด้วย ซึ่งเป็นเช่นนี้ไปจนถึงปี 1959 ก็ ได้พิมพ์หนังสือเล่มหนึ่งออกซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับนิทาน เนื่องจากว่าภาษาม้งไม่ได้แพร่ออกไปเร็วนัก เพราะในหมู่บ้านที่บาทหลวงอยู่นั้นไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ (ทางราชการ) ซึ่งเป็นชาวม้ง ให้ความสนใจและสั่งสอนหรือส่งเสริมให้ชาวบ้านตั่งใจศึกษา และผู้นำ(ผู้ว่าหรือเจ้าแขวง)ที่อยู่ ที่เวียงจันทร์เมื่อได้ข่าวว่า พวกเขาประดิษฐ์ภาษาม้งขึ้นใช้แล้ว ซึ่งทำให้ผู้นำดังกล่าวไม่เห็นด้วย และพูดว่าถ้าหากพวกเขาจะคิดค้นหรือประดิษฐ์ภาษาม้งขึ้นใช้ทั้งนี้พวกเขาจะ ต้องใช้อักษรลาว มาเป็นแบบเทียบเสียงจึงจะถูก แต่เนื่องจากว่าพวกเขาอยู่ไกลจากเวียนจันทร์มากทำเป็นไม่สนใจ
                ปี 1959 มีประมาณ 100 คนที่รู้หนังสือม้ง ครึ่งหนึ่งเป็นคนในหมู่บ้านภูวัวป่า ส่วนอีก ครึ่งหนึ่งเป็นคนม้งทีอยู่บ้านห่างออกไป ที่ต้องเดินเท้าประมาณ 1-2 วัน ในบริเวณ เขาลูกนั้น เช่น บ้าน ภา ลู ลา (Phas lus mas ) บ้านภู ซา เนง (Phus xas nees)  หรือ บ้าน ภ่า ท้ง (Phaj Thoob)
                ตั่งแต่ปี 1954 จนถึงปี 1959 มีเพียงม้ง 5-6 ครอบ ครัว เท่านั้นที่รับเชื่อในพระเยซูพวกเขาก็ได้เรียนรู้ภาษาม้งของบาทหลวง บาทหลวงเองก็เริ่มแปรคำสอนของคาเทอลิค เป็นภาษาม้งของชาวม้ง ในปี 1955 มีม้งคนหนึ่งเป็นคนแซ่ย่าง ได้สอนให้บาทหลวงเขียนเกี่ยวกับการอัวเน้ง(kev ua neeb/ thaj neeb)และหลังจากนั้นมีหมอชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งแปรออกเป็นภาษาฝรั่งเศส ลงไว้ในหนังสือชื่อดังเล่มหนึ่งใน แวดวงของกลุ่มนักวิชาการ ชื่อว่า Bulletin de I’cole Francaise d’Extreme Orient ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภาษาม้ง Thoob Teb ได้ปรากฏอยู่ในหนังสือของกลุ่มนักวิชาการ นับตั่งแต่นั้นมากลุ่มนักวิชาการชาว… (xib fab) เขียนถึงชาวม้งในภาคพื้นเอเชียใต้ ทีไร ก็จะเขียนเป็นภาษาม้ง Thoob teb
สถานการณ์ปัจจุบัน
                ปัจจุบัน อักษรตัวนี้เป็นที่แพร่หลายกันมากที่สุด คนทั่วไปต่างรู้จักใช้กัน และเป็นที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันของชาวม้ง เพราะว่าสะดวกต่อการสื่อสารเพียงใช้แป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษก็สามารถใช้ได้แล้ว
อ้างอิง : แปลมาจากหนังสือชีวะประวัติของท่าน

ขอขอบคุณบทความนี้จากเว็บไซต์ : Hmong19.com  

เรียนภาษาม้ง  
Kawm ntawv hmoob








วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

งานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมม้ง น่อ เป๊ เจ่า ประจำปี พ.ศ. 2554/2555


งานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมม้ง น่อ เป๊ เจ่า ประจำปี พ.ศ. 2554/2555
ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555
ณ ศูนย์การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอสันป่าตอง (ข้างโรงพยาบาลสันป่าตอง)
จัดโดย สมาคมม้ง

 



รายชื่อคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และทีมงาน

กิจกรรมเด่นสำหรับปีนี้ ตลอด 3 วัน 3 คืน
  • การโยนลูกช่วงแบบในอดีต
  • การตีลูกข่าง และการแข่งขันการตีลูกข่างระหว่างเครือข่ายม้งต่างๆ (ระดับประเทศ)
  • การเดินขาหยั่งที่สูงที่สุดในโลก
  • การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชนเผ่าอื่น เช่น อาข่า ลาหู่ ลีซู ปะหล่อง ฯลฯ
  • การเดินแบบประกวดชุดม้ง
  • การประกวดสาวงาม
  • การแสดงของเหล่า ดารา ศิลปินชาวม้ง
  • นิทรรศการความรู้ต่างๆ
  • การแสดงด้านศิลป วัฒนธรรมม้ง ของกลุ่มนักศึกษาม้ง เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย กลุ่ม ชมรม หมู่บ้าน ฯลฯ
  • เวทีการแสดงของชมรมม้งซ่ง
  • การแต่งการด้วยชุดม้งที่หลากหลาย
  • การแสดงของชาวม้งจากประเทศต่างๆ เช่น จีน อเมริกา ลาว ฯลฯ

ติดต่อเพื่อมีส่วนร่วม
  • ต้อง การบริจาคสมทบช่วยจัดงาน ติดต่อได้ที่ คุณเกิด (นายกสมาคมม้ง) 0898532048 คุณยงยุทธ (ผู้อำนวยการสมาคมม้ง) 0819509289 คุณประดิษฐ์พงษ์ (ผู้ประสานงาน) 0810216649
  • การประกวดสาวงามม้ง ติดต่อที่ คุณนิตยา (หมี) 0846116805
  • การประกวดเดินแบบชุดม้ง ติดต่อได้ที่ คุณรัศมี ทอศิริชูชัย 0810320850
  • การแข่งขันการตีลูกข่าง ติดต่อได้ที่ คุณสุรัตน์ แสนทรงศิริ 0895521464
  • การแสดงรายการต่างๆ ติดต่อได้ที่ คุณกิตติชัย 0817645095 สุรัตน์ 0895521464 คุณอนุชา 0800466827
  • การประสานงานทั่วไป ติดต่อได้ที่ คุณประดิษฐ์พงษ์ 0810216649
  • การการขอใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมของกลุ่ม องค์กร ชมรม ติดต่อได้ที่ คุณประดิษฐ์พงษ์ 0810216649
  • การขอใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้า (ล๊อค) ติดต่อได้ที่ คุณทัศนีย์ 0819600206


ลิ้งค์เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวข้อง
www.hmongthai.webs.com
www.hmomgthailand.com  

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บวงสรวง "วีรบุรุษเขาค้อ" คึกคัก ดารา-ม้งร่วมงานคับคั่ง

 ทำพิธีบวงสรวงกันไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา สำหรับภาพยนตร์แนวแอ็กชั่นดราม่า อิงประวัติศาสตร์เรื่อง "วีรบุรุษเขาค้อ" ที่หยิบเอาเรื่องราวของชนเผ่าม้งซึ่งได้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ร่วมกับรัฐบาลไทยในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2511 - 2525 มาบอกเล่า
     
        พิธีการจัดกันขึ้นที่หมู่บ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ดังกล่าว โดยมีวีรบุรุษเขาค้อตัวจริง พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยทีมงานดารา-นักแสดงรวมไปถึงชาวม้งในพื้นที่เข้าร่วมอย่างหนาตาส่ง ผลให้บรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างคึกคัก
     
        "วีรบุรุษเขาค้อ" กำกับโดย "โหน่ง-เสรี พงศ์นิธิ" (ลองของ, สะใภ้บรื๋อ และ Before Valentine ก่อนรัก หมุนรอบตัว) และผู้กำกับชาวม้ง "เจม จิมมี่ หวังลี" ดำเนินงานสร้างโดยบริษัทไอเดียฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล
     
        หนังได้นักแสดงรุ่นใหม่-เก่าเข้าร่วมงานหลายต่อหลายคน ทั้ง โอ๊ค พีระพันธุ์ อารยาพันธุ์, โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์, อรรค อัครัฐ นิมิตรชัย, จุ๊บ อิทธิกร, แอล วันวิสา ศรีวิไล, โชคชัย เจริญสุข, กระดุม ธนายง, สรพงศ์ ชาตรี, สุเชาว์ พงษ์วิไล, นาท ภูวนัย, ฉลอง ภักดีวิจิตร, ฤทธิ์ ลือชา, ปรายฟ้า สิริวิชชา ฯลฯ โดยมีกำหนดเข้าฉายให้ได้ชมกันในต้นปีหน้านี้

ย้อนรอยสมรภูมิเข้าค้อ

ข่าว โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Hmong American New Year Pageant 2012

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ชาวม้งบริจาคผลผลิตไร่สวนช่วยน้ำท่วม

ชุมชนชาวม้ง 10 หมู่บ้านเมืองพิษณุโลกบริจาคผลผลิตจากไร่สวนส่งช่วยน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล

ชาวชุมชนชาวม้ง 10 หมู่บ้าน ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เช่น ข้าวสาร ฝักทอง บวบ ฟัก และพืชผักอื่นๆที่สามารถเก็บจากไร่สวน มาบริจาคผ่าน นายปรีชา เรืองจัน ผวจ.พิษณุโลก เพื่อส่งไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยสิ่งของที่เป็นน้ำใจจากชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะถูกส่งลำเลียงโดยทางเครื่องบินถึงกรุงเทพมหานครในวันที่ 5 พ.ย.นี้

นายชูศักดิ์ ทรงเจริญวงศ์ ประธานเครือข่ายชุมชนม้งพิษณุโลก กล่าวว่า ทุกปีในช่วงฤดูหนาวพี่น้องในเมืองและคนพื้นราบเป็นห่วงบริจาคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกันหนาวมาช่วยคนที่อยู่ป่าอยู่เขา ขณะนี้คนพื้นราบและกรุงเทพประสบภัยน้ำท่วม ถึงเวลาแล้วที่ชาวม้งต้องบริจาคช่วยเหลือบ้าง ซึ่งสิ่งของที่นำมาบริจาคครั้งนี้รวบรวมมาจากไร่จากสวนที่มีอยู่มอบให้กับทางจังหวัดส่งไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นราบต่อไป

ข่าวจาก posttoday.com

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ประชันธิดาน้อยชนเผ่าม้ง5ขวบคว้ารางวัล

ประชันธิดาน้อยชนเผ่า5ขวบคว้ารางวัล


จ.น่าน จัดงานประกวดธิดาน้อยชนเผ่า หนูน้อยวัย 5 ขวบ เผ่าม้งคว้ารางวัลไปครอง



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.น่าน ได้จัดงานประกวดธิดาน้อยชนเผ่า ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน โดยนายวิทยา กามนต์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานประกวดธิดาน้อยชนเผ่า เพื่อสร้างความสามัคคีในชนเผ่าม้งและเผ่าเมี่ยนอันดีต่อกัน เนื่องในงานมหกรรมเครื่องเงินเมืองน่าน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2554



ทั้งนี้ ตามนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์คุณภาพของจังหวัด ภายใต้โครงการการพัฒนาเครื่องเงินตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเงินของจังหวัดน่านเพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยใช้กลยุทธ์ ที่ดึงเอากลุ่มผู้ประกอบการเกี่ยวกับเครื่องเงินจังหวัดน่าน มาออกร้านจำหน่ายเครื่องเงินเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างง่าย นำมาสู่การขยายช่องทางการตลาดของผู้ประกอบการเครื่องเงินจังหวัดน่าน ให้ก้าวสู่ตลาดสากลและเป็นที่รู้จักมากขึ้น



ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานเพียงแค่ 2 วัน สามารถจำหน่ายเครื่องเงินได้กว่า 2 ล้านบาท และสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ที่นำเครื่องเงินมาจำหน่ายในงานจำนวน 15 ร้าน



นอกจากนี้ งานในคืนวันที่ 2 ของชมรมผู้ประกอบการเครื่องเงินในจังหวัดน่าน ได้จัดให้มีการประกวดธิดาชนเผ่าน้อย จากชนเผ่าม้ง และเผ่าเมี่ยน โดยมีหนูน้อยจากชนเผ่าม้งและเผ่าเมี่ยน ในจังหวัดน่าน เข้าร่วมประกวด 22 คน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความน่ารักและงดงาม จนสร้างความประทับใจให้กับผุ้มาร่วมงานอย่างมาก



สำหรับ ผลการประกวด ด.ญ.ภัททิยา ภัทรวรากุล อายุ 5 ปี ชนเผ่าม้ง ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยรองอันดับ 1 ได้แก่ ด.ญ.ศุภวรรณ แซ่จ๋าว อายุ 10 ปี ชนเผ่าเมี่ยน และรองอันดับ 2 ได้แก่ ด.ญ.จิราภรณ์ แซ่เต็น อายุ 10 ชนเผ่าเมี่ยน



สำหรับ รางวัลชมเชย ประกอบด้วย ด.ญ.กมลชนก ทรงตระกูลวงศ์ อายุ 10 ปี ชนเผ่าม้ง และ ด.ญ.ธาราทิพย์ จารุศิริกุล อายุ 7 ปี ชนเผ่าเมี่ยน



ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในเวทีงาน ได้จัดให้มีการแสดงเป่าแคนของชนเผ่าม้ง การแสดงศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าม้งที่หาชมได้ยาก และ การเปิดร้านแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงินจากชมรมผู้ประกอบการเครื่องเงินในจังหวัดน่าน โดยชมรมผู้ประกอบการเครื่องเงินจังหวัดน่าน ได้นำเครื่องเงินมาร่วมแสดงและจำหน่าย



ทั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดน่านสนใจเข้าชมและเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก


ข้อมูลจาก คมชัดลึก