วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

วิซิดีประวัติศาสตร์ม้ง







มีนิยายปรัมปราของชาวม้งซึ่งได้เล่าสืบต่อกันมา กล่าวไว้ว่า ถิ่นกำเนิดของม้งอยู่ที่มุมหนึ่งของโลก เป็นดินแดนที่มีอากาศหนาวเย็น ปกคลุมด้วยหิมะ น้ำตามลำธารจับตัวเป็นน้ำแข็ง มีเวลากลางคืนและกลางวันยาวนานถึง 6 เดือน จึงเป็นการน่าเชื่อว่าชาวม้งเคยอาศัยอยู่ในบริเวณ มองโกเลีย หรือแม้แต่ทางเหนือของสแกนดิเนเวีย หรือ บริเวณขั้วโลกเหนือ อย่างไรก็ตาม โดยที่เห็นว่า ม้ง มีลักษณะ หน้าตา ภาษา และความเชื่อทางศาสนาไม่เหมือนใคร บาทหลวงซาวีนา จึงเชื่อว่า ม้งไม่เหมือนชนชาติใดๆ ในทวีปเอเชีย และมีแหล่งกำเนิดจากที่แห่งหนึ่งในแคว้นเมโสโปเตเมีย จากประวัติศาสตร์ของจีน สันนิฐานได้ว่า ชาวม้งอยู่ในประเทศจีนมาก่อนชาวจีน และมีอาณาจักรของตนเองอยู่อย่างสงบสุขมาเป็นเวลานาน ต่อมาชาวจีนได้อพยพเข้ามาตั้งรกรากในบริเวณลุ่มแม่นำฮวงโห (แม่นำเหลือง) และได้แผ่ขยายอาณาเขตออกมาด้วยการสู้รบขับไล่ชนชาติต่างๆ ที่เป็นบรรพบุรุษของชนชาติไทย ชนชาติม้ง และชนชาติอื่นๆ การต่อสู้ระหว่างบรรพบุรุษของชนชาติม้งและชนชาติจีนได้เป็นไปอย่างรุนแรงและยืดเยื้อ ในสมัยราชวงศ์แมนจู (เหม็ง) หรือคริสศตวรรษที่ 17 กษัตริย์ในราชวงศ์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปรามให้ชาวม้งยอมจำนนโดยสิ้นเชิง จึงได้มีการต่อสู้อย่างรุนแรงในหลายแห่ง เช่น ที่เมืองพังหยุน ในปี ค.ศ. 1466 ในมณฑลไกวเจา ในระหว่าง ปี ค.ศ. 1733-1735 ในมณฑลเสฉวนและไกวเจา ระหว่างปี 1763-1775 สำหรับการสู้รบกับจีนครั้งหลังสุด เป็นช่วงเวลาประมาณ ปี ค.ศ. 1855-1881 ชาวม้งได้พ่ายแพ้ ส่วนหนึ่งจึงหลบหนึเข้าไปอยู่ตามป่าตามเขา ร่นไปทางตะวันตก มณฑลเสฉวน และทางใต้ มณฑลตังเกี๋ย และมณฑลยูนนาน ระหว่างการสู้รบศึกสงครามชาวม้งได้อาศัยภูเขาเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูและเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับความเป็นชนชาติที่รักอิสระ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มเย็นและกว้างใหญ่ไพศาล การอาศัยอยู่ตามภูเขาสูงจึงได้กลายเป็นวิถีการดำเนินชีวิตของชนชาติม้งในช่วงเวลาต่อมา ซึ่งมีการกล่าวกันว่า "น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก แต่ภูเขาเป็นของม้ง" ชาวม้งได้อพยพผ่านประเทศเวียตนาม ลาว และในที่สุด ถึงประเทศไทย จากการบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านที่มีอายุร่วมร้อยปี กล่าวว่าพวกเขาเกิดในแผ่นดินไทย และส่วนใหญ่กล่าวว่ารุ่นพ่อแม่ของพวกเขาเป็นนักรบเดินทางมาจากประเทศจีน ขณะที่ศูนย์วิจัยชาวเขาที่เชียงใหม่มีความเห็นว่า ชาวม้งกลุ่มแรกๆ ได้อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทยประมาณเมื่อ ปี ค.ศ. 1850 ฉะนั้น ชาวม้งจึงน่าจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 150 ปีมาแล้ว โดยมีเส้นทางอพยพเข้ามา 3 จุดใหญ่ๆ คือ

1. เป็นจุดที่ชาวม้งเข้ามามากที่สุด อยู่ทางทิศเหนือสุดหรือแนวเมืองคาย - ห้วยทราย - เชียงของ
2. อยู่ในแนว สายบุรี (ลาว) - อ. ปัว จ. น่าน
3. เป็นจุดที่เข้ามาน้อยที่สุด อยู่ในแนว ภูเขาคาย (ใกล้เวียงจันทร์) - จังหวัดเลย

จากการสำรวจของ คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลกลางชุมชนบนพื้นที่สูง กองสงเคราะห์ชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ปี 2541 ได้สรุปจำนวนประชากรชาวม้งว่ามีประมาณ 126,300 คน อาศัยอยู่ใน 13 จังหวัดเขตภาคเหนือ คือ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย พะเยา และ เลย
ชาวม้งในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ
1. ม้งจั๊ว (ม้งเขียว หรือ น้ำเงิน)
2. ม้งเดอะ (ม้งขาว)
3. ม้งจ้ายบ๊าง (ม้งลาย)

...บางที่มา ...

ประวัติและความเป็นมา (History of the Hmong people)

ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่า ชนชาติม้ง มาจากที่ไหน แต่สันนิษฐานกันว่า ม้ง คงจะอพยพมาจากที่ราบสูงธิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีน และตั้งหลักแหล่งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเหลือง (แม่น้ำฮวงโห) เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวเขาเผ่าม้งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในมณฑลไกวเจา ฮุนหนำ กวางสี และมณฑลยูนาน ม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีนมาหลายศตรรษ จนกระทั่ง ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำนาจในประเทศจีน กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปราม เพราะเห็นว่าม้งที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่แล้วรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนรัสเซีย ทำให้คนจีนคิดว่า ม้งเป็นคนรัสเซีย จึงเป็นเหตุให้มีการปราบปรามม้งเกิดขึ้น โดยให้ชาวม้งยอมจำนน และยอมรับวัฒนธรรมของจีน จึงได้มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหลายแห่ง เช่น ในเมืองพังหยุนในปี พ.ศ.2009 และการต่อสู้ในมณฑลไกวเจาในระหว่าง พ.ศ. 2276 - 2278 และการต่อสู้ในมณฑลเสฉวนในระหว่าง พ.ศ. 2306 – 2318

ชาวม้ง ประสบกับความพ่ายแพ้ สูญเสียพลรบ และประชากรเป็นจำนวนมาก ในที่สุด ม้ง ก็เริ่มอพยพถอยร่นสู่ ทางใต้ และกระจายเป็น
กลุ่มย่อย ๆ กลับขึ้นอยู่บนที่สูงป่าเขาในแคว้นสิบสองจุไทย สิบสองปันนา และอีกกลุ่มได้อพยพไปตามทิศตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรลาว
บริเวณทุ่งไหหิน เดียนเบียนฟู และอพยพเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2400 เศษ เป็นต้นมา

ชาวม้ง ส่วนใหญ่ในประเทศไทย ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามภูเขาสูง หรือที่ราบเชิงเขาในเขตพื้นที่ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง กำแพงเพชร เลย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก มีจำนวนประชากรทั้งสิ้นประมาณ 151,080 คน

ประชากรม้งในจีน

22 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
    เป็นกำลังใจให้นะ่....
    สู้ๆค่ะ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ25 กันยายน 2552 เวลา 17:39

    zoo siab ntau hmoob....

    ตอบลบ
  3. ส.ท.เกียรติชัย หาญดิฐกุล18 มิถุนายน 2554 เวลา 04:16

    ผมก็ม้งคนหนึ่งน่ะ เเต่ตอนนี้ผมเป็นทหารน่ะครับ จบจาก รร.นายสิบทหารบก น่ะครับ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ18 กรกฎาคม 2554 เวลา 16:55

    Qhia koj ua kwv paub tej yam koj sau ntawd, Hmoob los xub nyob ua ntej thaib nyob lawm, Hais txog sab qaum teb no, Hmoob nyob thaum tsis tau muaj neeg nyob los lawm, Qhia koj ua kwv mus tshawb daim Map qub qub thaum lawd tseem kos tus duab neeg rau los saib koj thiaj paub tias hmoob los thaib leej twg xub nyob, Lub caij ntawd cov Map kuv hais no, Yog thaj chaw twg haiv neej twg nyob lawd yuav tsum ua tus duab haiv neeg ntawd rau ntawm daim Map kiag

    Vam tias koj ua kwv yuav to tau li kuv hais no

    Ua tsaug qhov koj xav paub txog hmoob lub neej

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ4 สิงหาคม 2554 เวลา 19:40

    ขอ ขอบ คุณ มากๆๆ ทำให้เรา ได้ รู้ ว่า ต้น กำ เหนือด ของ เรา อยู่ ที่ไหน ผมว่า น่า จะ ตีพิม ออก มา เป็น หนัง สือ นะ บ้าง คน ที่ เล่น เน็ต ไม่ เป็น ไม่ เคยเล่น ไม่รู้ จัก จะ ได้ อ่าน นะ

    ตอบลบ
  6. ครับก็ต้องขอบคุณผู้รู้ผู้เสียสละที่ได้ศึกษาประวัติม้งเเละเดินทางไปยังดินเเดนต่างๆในประเทศจีนเพื่อเก็บลายละเอีอดเเละประวัติศาสตร์อันยาวนานของชนม้งให้พวกเราทุกคนได้ศึกษาเเละเรียนรู้ครับ

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ13 กันยายน 2554 เวลา 19:10

    อยากรู้ต้นกำเนิด แต่ละแซ่คับ
    ใครรู้บ้างบอกหน่อยคับ จะขอบคุณเป็นอย่างมาก

    ตอบลบ
  8. ต้นกำเนิดเเซ่ เท่าที่รู้เเละสอบถามไปยังผู้เฒ่าท่านหนึ่ง ท่านก็เล่าเป็นนิทานให้ฟังครับ เดียวถ้ามีเวลาจะเขียนเป็นบทความอ่านกันนะครับให้นะครับ

    ตอบลบ
  9. ดีจังค่ะ ..กำลังอยากรู้เลย ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  10. เท่าที่อ่านมาเราเป็นเผ่าที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก จงภูมิใจเถอะที่เกิดมาเป็นม้ง ขอให้รักกันมากๆๆ

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ7 พฤษภาคม 2555 เวลา 19:25

    ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ13 สิงหาคม 2555 เวลา 17:10

    nyob zoo peb hmoob suav daws ดีใจมากเลยคับที่ได้เกิดเป็นม้งเพราะม้งมีประวัติที่ยาวนาน จงรักกันให้มากๆๆนะ

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ25 สิงหาคม 2555 เวลา 21:03

    ชั้นก็ม้งม้งและรักเผ่าของตัวเองมากค่ะ แม้จะมาอยู่กรุงแต่ไม่เคยลืมว่าเรามาจากไหน

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ20 กันยายน 2555 เวลา 11:54

    ดีมากแล้ว สำหรับการริเริ่มค้นหาชาติกำเนิดของตน ว่าเป็นไปมาไงทุกวันนี้ชาวม้งจึงกระจัดกระจายไปทั่วโลก แต่เรื่องของการเขียนให้น่าเชื่อถือ ควรวิเคราะ์และยกทฤษฏีมาอ้างอิง ให้มากเท่าที่มากได้ ถึงจะเป็นเรื่องราวที่มีความน่าเชื่อมากที่สุด มิใชแค่การสันนิฐานหรือนิทาน เท่านั้น ขอบคุณมาก

    ตอบลบ
  15. 水(河)是鱼的、天是鸟的、可山是我的,此话不差,虽然今天没人告诉我,日后我也要找我祖先何处来。

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ12 มีนาคม 2556 เวลา 20:53

    ชนชาติม้งถึงแม้ว่าจะไม่มีแผ่นดินเป็นของตัวเอง แต่ก็เป็นคนที่รักความสงบสุข ไม่รุกรานใคร โดยเฉพาะพวกเราชาวม้งที่อยู่ในประเทศไทย อย่างไรเสียก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ให้พวกเราได้อยู่ ได้อาศัย ม้งไม่ลืมชาติเกิด แต่ก็ต้องทำให้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่อยู่เช่นกัน รักม้งทุก ๆ ท่าน ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่สำคัญที่ไม่เคยได้รับรู้ที่ไหนมาก่อน ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความคิดเห็นครับ ...

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ5 สิงหาคม 2556 เวลา 21:55

    ปกติก็ศึกษาประวัติม้งมาเยอะอิอิแต่เว็บนี้ยังไม่เคยเข้ามาแต่วันนี้เครียดเนื่องจากสอบไม่ได้เลยไม่อยากอ่านหนังสือจึงเข้ามาเปิดอินเตอร์เน็ตเรื่อยๆๆจนเจอเว็บนี้เลยเข้ามาอ่านถึงว่าเป็นอีกความรู้หนึ่งที่ดีมากที่จริงแล้วน่าจะตีพิมพ์เป็นหนังสือมาแจกให้คนม้งอย่างเราได้อ่านและจะได้รู้ต้นกำเนิดขึ้นตนเองมาจากไหนและที่สำคัญม้งต้องรักม้งด้วยกัน

    ตอบลบ
  18. ขอบคุณที่ให้ข้อมูลคราฟ

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ20 พฤษภาคม 2557 เวลา 13:50

    ผมก็เป็นม้ง ชื่อ ฉางเซ้ง เส่งฒ่อ บ้านเกิดอยู่ จ.ตาก ตอนนี้เป็นหัวหน้าสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา ๒ ที่อุตรดิตถ์

    ตอบลบ
  20. saib nov tau khaub ncaws hmoob http://khaubncawshmong.blogspot.com/

    ตอบลบ
  21. ไม่ระบุชื่อ14 พฤษภาคม 2558 เวลา 15:43

    เราม้งไทยเอ๋ย เมื่อรู้ประวัติของเราแล้ว จงภูมิใจและสอนลูกสอนหลานเหลนให้รักกันมากๆ อย่าปล่อยให้ชนชาติม้งต้องตกต่ำเลย ส่งเสริมลูกหลานให้ทำดี สู้ชีวิตอย่างถูกต้อง ช่วยเหลือกัน อย่าลืมชาติกำเหนิดของเรา
    เราภูมิใจที่เกิดมาเป็นม้ง เป็นลูกหลานนักรบผู้กล้าหาญ เป็นบุคลในหน้าประวัติศาสตร์มายาวนาน เป็นคนดึกดำบรรพ์ที่ยังไม่สูญหายค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่เเล้วครับ Hmoob tsis hlub hmoob leej twg yuav hlub hmoob รักกันค่อยช่วยเหลือกันนะครับพี่น้องม้ง

      ลบ